Mechanical Joint และ DOF คืออะไร
พื้นฐานที่ต้องรู้ก่อนดูข้อต่อทุกแบบ — ชิ้นส่วนขยับได้กี่ทาง และข้อต่อ "ล็อก" อะไรไว้บ้าง
- Joint (ข้อต่อ / kinematic pair) คือจุดที่ชิ้นส่วน 2 ชิ้นต่อกัน โดย ยอมให้ขยับบางทิศ และล็อกทิศที่เหลือ
- วัตถุลอยอิสระใน 3 มิติขยับได้ 6 DOF คือเลื่อน 3 ทาง + หมุน 3 แกน ส่วนในระนาบ 2 มิติมี 3 DOF
- ข้อต่อแบ่งเป็น Lower pair (สัมผัสกันเป็นผิว) และ Higher pair (สัมผัสกันเป็นจุดหรือเส้น เช่น ฟันเฟือง ลูกเบี้ยว)
ทำไมต้องรู้เรื่องนี้
ทุกเครื่องจักร ตั้งแต่บานพับประตู แขนหุ่นยนต์ ไปจนถึงเครื่องยนต์ ล้วนเป็น ชิ้นแข็ง (link) ที่ต่อกันด้วยข้อต่อ (joint) ถ้าเลือกข้อต่อถูก ชิ้นงานจะขยับได้เฉพาะทางที่ต้องการ ถ้าเลือกผิด ก็จะได้กลไกที่ขยับไม่ได้ ขยับมั่ว หรือติดขัด
เวลา assemble ใน CAD อย่าง Fusion 360 หรือ SolidWorks ก็ต้องเลือก joint แบบเดียวกันนี้ จึงควรเข้าใจให้ตรงกันตั้งแต่ต้น
DOF: ชิ้นส่วนขยับได้กี่ทาง
DOF (Degree of Freedom) คือจำนวนค่าที่ต้องรู้เพื่อบอกตำแหน่งของชิ้นส่วนได้ครบ ก้อนวัตถุที่ลอยอยู่เฉยๆ ในอากาศมี 6 DOF ดูทีละทางได้ในภาพนี้
ลองลากภาพเพื่อหมุนดูจากมุมอื่น แต่ละรอบจะโชว์ทีละ DOF: เลื่อน (translation) ตามแกน X, Y, Z แล้วต่อด้วย หมุน (rotation) รอบแกน X, Y, Z
- เลื่อน 3 + หมุน 3 = 6 DOF
- ใช้กับกลไกทั่วไป เช่น แขนหุ่นยนต์ ระบบกันสะเทือน
- เลื่อน X, Y + หมุนรอบแกนที่ตั้งฉากระนาบ = 3 DOF
- ใช้กับกลไกที่ทุกชิ้นขยับอยู่ในระนาบเดียว เช่น four-bar linkage, ข้อเหวี่ยงลูกสูบ
ข้อต่อ = ตัวล็อก DOF
ข้อต่อแต่ละแบบ ปล่อย DOF บางทาง และ ล็อก ทางที่เหลือไว้ ในโลก 3 มิติจึงได้สมการนี้เสมอ
DOF ที่ถูกล็อก (constraints) = 6 − DOF ที่ข้อต่อปล่อยให้ขยับเช่น บานพับประตูยอมให้หมุนได้ 1 แกน จึงล็อกไว้ 5 ทาง
ข้อต่อที่ล็อกครบทั้ง 6 ทางเรียกว่า Fixed / Rigid joint เช่น การเชื่อมหรือขันน็อตแน่น ชิ้นส่วนทั้งสองจะกลายเป็นชิ้นเดียวกัน
แผ่นตั้ง (สีหลัก) ถูกเชื่อมและขันน็อตติดฐาน ออกแรงดันเท่าไรก็ไม่ขยับเทียบกับฐาน ใน CAD ใช้ joint แบบนี้เพื่อบอกว่า "ชิ้นนี้ติดตายกับชิ้นนั้น"
Lower pair กับ Higher pair
- ผิวสองชิ้นแนบกัน เช่น เพลาในรู หรือบล็อกบนราง
- รับแรงได้มากและสึกช้า เพราะแรงกระจายบนพื้นที่
- มีทั้งหมด 6 แบบ: Revolute, Prismatic, Screw, Cylindrical, Spherical, Planar
- เช่น ฟันเฟืองขบกัน, ลูกเบี้ยวกับตัวตาม, ล้อบนราง
- สร้างการเคลื่อนที่ซับซ้อนได้ในชิ้นเดียว
- แรงกดสูงตรงจุดสัมผัส จึงต้องเลือกวัสดุและการหล่อลื่นดีๆ
ตารางข้อต่อทั้งหมดที่จะเรียนในหมวดนี้
| ข้อต่อ | สัญลักษณ์ | หมุน | เลื่อน | DOF | ชนิด |
|---|---|---|---|---|---|
| Fixed / Rigid | – | 0 | 0 | 0 | ติดตาย |
| Revolute (Pin, Hinge) | R | 1 | 0 | 1 | Lower |
| Prismatic (Slider) | P | 0 | 1 | 1 | Lower |
| Screw (Helical) | H | 1 | 1 (ผูกกับการหมุน) | 1 | Lower |
| Cylindrical | C | 1 | 1 | 2 | Lower |
| Spherical (Ball) | S | 3 | 0 | 3 | Lower |
| Planar | E | 1 | 2 | 3 | Lower |
| Pin-in-slot | – | 1 | 1 | 2 | Higher (ในระนาบ) |
| Universal (Hooke / Cardan) | U | 2 | 0 | 2 | ประกอบจาก R 2 ตัว |
| Gear, Rack & Pinion, Cam | – | – | – | ขึ้นกับระบบ | Higher |
บทถัดไปจะดูทีละตัวพร้อมภาพเคลื่อนไหว
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
ทบทวน
ข้อต่อนี้คือ Cylindrical ซึ่งปล่อย 2 DOF (หมุน 1 + เลื่อน 1) จึงล็อกไว้ 6 − 2 = 4 ทาง
ฟันเฟืองสัมผัสกันเป็น เส้น ตามความกว้างหน้าฟัน จึงเป็น Higher pair ส่วนเพลาในบูช (Revolute) และลิ้นชักบนราง (Prismatic) สัมผัสกันเป็นผิว จึงเป็น Lower pair